“Gui Ji – Jay Chou”
“Jay Chou” เป็นนักร้องหนุ่มไต้หวัน ที่เจนชื่นชอบมาก ๆ ด้วยสไตล์เพลงและสไตล์การร้องของหนุ่มคนนี้
เนื้อเพลงของเขามีความหมายสื่อให้เห็นถึงความรู้สึกจริงใจที่มีความหมายมากกว่าคำว่า “รัก”
เนื้อหาจะเป็นเหมือนบทกวี โดยการผสมของ Chinese, R & B และ Rap
วันนี้เจนจะมาแนะนำเพลง “Gui Ji” ซึ่งอยู่ในอัลบั้ม Hidden Track EP (2003) เป็นเพลงที่เปิดตัวมา
หลายปีแล้วค่ะ แต่เชื่อไหม ทุกครั้งที่เจนฟังเพลงนี้จะรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูกและจะทำให้เจนเสียน้ำตา
ได้เกือบทุกครั้งไม่ว่าจะฟังกี่รอบก็ตาม เจนเอาความหมายของเพลงนี้มาฝากด้วยค่ะ ลองไปฟังกันดูนะ
“Gui Ji – วงโคจร”
จะเก็บซ่อนความเศร้าของฉันได้อย่างไร
ที่ซึ่งสูญเสียเธอไป
กลิ่นหอมจากเส้นผมของเธอ ได้กระจายไปอย่างรวดเร็ว
จนฉันไม่สามารถจะเก็บไว้ได้
แม้จะหลับตา ก็ยังคงเห็น
เธอจากไปแสนไกล
ภายใต้แสงจันทร์ฉันยังคงเฝ้าหาภาพสะท้อนที่ฉันคิดถึง
หากการเลิกรานั้นคือจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นก่อนจะถึงจุดสุดท้าย ฉันยินยอมที่จะมีความรักอีกสักครั้ง
อยากจะบอกรักเธอ ที่ฉันไม่กล้าที่จะบอกออกไป
จะมีใครสักคนบ้างไหมที่จะเข้าใจ
ฉันมองไปยังความว่างเปล่า จากนั้นจึงจะลืมเธอได้ และหลับตาลง
คิดถึงวันไหนที่จะมีใครสักคนเข้ามาแทนที่เธอ
เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องคิดถึงเธออีกต่อไป
ฉันมองไปยังความว่างเปล่า จากนั้นฉันก็ยิ้ม และหลับตาลง
คิดถึงใบหน้าอันอ่อนละมุนของเธออีกครั้ง
ก่อนที่ฉันจะลืมเลือนไป
น้ำตาที่อยู่ภายในใจของฉัน ทำให้ฉันมองสิ่งใดไม่ชัดเจน เธอคงมองไม่เห็นมันเลย
“London Eye”
ลอนดอน อาย (London Eye) หรือยังรู้จักในชื่อ มิลเลเนียมวีล (Millennium Wheel)
เป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร (443 ฟุต) และกลายมาเป็น
สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมากในสหราชอาณาจักร
มีผู้มาเยือนมากกว่า 3 ล้านคนต่อปี ส่วนบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 15 ปอนด์ต่อคน ซึ่งในอดีต
เคยเป็นชิงช้าสวรรค์ก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก ก่อนจะถูกชิงตำแหน่งไปจากชิงช้าสวรรค์
เดอะ สตาร์ ออฟ นานชาง ในประเทศจีน (160 เมตร) ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2006
ต่อมาภายหลังตำแหน่งตกเป็นของ สิงคโปร์ ฟลายเออร์ ในประเทศสิงคโปร์ (165 เมตร)
ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008
อย่างไรก็ตาม ลอนดอน อาย ก็ยังคงได้รับตำแหน่งจากการให้บริการว่า “ชิงช้าสวรรค์ที่ก่อสร้างด้วย
โครงเหล็กค้ำข้างเดียวที่สูงที่สุดในโลก” (เพราะการโครงสร้างทั้งหมดใช้โครงค้ำเหล็กรูปตัว A ในการ
ให้บริการโดยใช้โครงค้ำเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้นไม่เหมือนชิงช้า สวรรค์อื่นๆ ทั่วไป ที่มีโครงค้ำสองข้าง)
ลอนดอน อาย ตั้งอยู่ ณ ที่ฝั่งสุดด้านตะวันตกของสวนจูบิลี่ บนริมฝั่งทางใต้ของแม่น้ำเทมส์
ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ระหว่างสะพานเวสต์มินสเตอร์กับสะพานฮันเกอร์ฟอร์ด โดยสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของโดมแห่งการค้นพบ ที่เคยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในงานนิทรรศการ
เฟสติวัล ออฟ บริเตน ในปี ค.ศ. 1951
เจนชอบนั่งชิงช้าสวรรค์มากค่ะ มีความรู้ึสึกว่ามันโรแมนติคดี และแสงไฟในยามค่ำคืนที่ประดับ
อยู่บนชิงช้าสวรรค์นั้นช่างมีเสน่ห์ดึงดูดให้เจนอยากเข้าไปอยู่ในชิงช้าอันที่อยู่ข้างบนสุด
เวลาที่ได้อยู่บนนั้นรู้สึกว่าตัวเองบินได้ และลมเย็น ๆ นั้นทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก และจะดีกว่านี้
หากได้นั่งกับใครสักคน ที่เล่ามาทั้งหมดเจนยังไม่มีโอกาสได้ไปนั่งชิงช้าสวรรค์ลอนดอน อายหรอกนะคะ
แต่เป็นชิงช้าสวรรค์ในสวนสนุกและงานวัดต่าง ๆ หวังไว้สักวันเหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้ไปนั่ง
ชิงช้าสวรรค์ ลอนดอน อาย กับเค้าบ้าง คงจะรู้สึกดีไม่ใช่น้อย ^^
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “แม่”
ได้รับ Forward Mail มาค่ะ อ่านแล้วอยากจะร้องไห้จริง ๆ
จึงถือโอกาสนี้ เอามาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันค่ะ
อยากให้ทุกคนได้อ่านและตระหนักถึงความสำคัญของ “ เธอ ”
ในขณะที่….ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป เรียน เที่ยว นอน กิน
ดึกๆ ผมก็โทรคุยกับแฟนของผม ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม
และผมก็เชื่อว่าใครๆ เค้าก็ทำแบบนี้กัน
“จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง”
“กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย”
“รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง”
“ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ”
ประโยคต่าง ๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรรเตรียมพร้อมมาต่าง ๆ ก่อนโทร
ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์
ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน
เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน
“ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง”
“เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย”
“วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง”
“อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ”
โธ่! คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ
โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง
จนกระทั่งวันนั้น “ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย”
“เร็วๆสิ เค้ายังอุตส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ”
“แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ”
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า “Home”
“โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย”
ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป
เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ
“และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่”
หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า
และแม่ของผมขัดขืนและได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น
ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจ
หรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา “ผม”
สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น
วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม
ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต
ผู้หญิงคนเดียวที่ผม สามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา
โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่
ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ
คนเดียวในโลก ที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ
คนเดียวในโลก ที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม
และคนเดียวในโลก ที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต
ในบางครั้งประโยคที่ว่า “ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว”
มันก็ไม่เป็นความจริง “เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว”
อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม
หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลายๆ ชั่วโมงก็ทิ้งผมไป
วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเราเอง
“เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป”
ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์ รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
“ในเมื่อเรามีความรักอันเต็มเปี่ยมจากครอบครัว แล้วทำไมต้องไปขอเศษเสี้ยวจากใคร”
“Thanks for a Wonderful Friendship”
นึกอยู่นานว่าจะเขียนยังไงดี ที่จะสามารถแทนความรู้สึก คำขอบคุณและคำพูดทั้งหมดที่มีอยู่ในใจ
เจนใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ มา 3 ปี รู้สึกผูกพันและชินกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่เจนจะต้องเดินอีกเส้นทางหนึ่งของชีวิต โดยการกลับบ้านต่างจังหวัด
เพื่อที่จะเรียนต่อ และทำกิจการบางอย่าง ตามที่ครอบครัวต้องการให้เป็น
เจนไม่มีอะไรจะพูดมากมาย นอกจากจะบอกว่าคิดถึงกรุงเทพฯ คิดถึงทุกคน
คิดถึงเพื่อน ๆ และขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่ดี ที่ทุกคนหยิบยื่นให้ ^__^
ขอบคุณ twitter ที่ทำให้รู้จักการแบ่งปันเรื่องราวที่ดี
และทำให้รู้ว่ายังมีคนรับฟังเราอยู่เสมอ ขอบคุณ hashtag ดังต่อไปนี้
#ManUtd #dooballcamp #minibeercamp #wawee #หื่น #ihear
ที่ทำให้เกิดเรื่องราวดี ๆ และรู้ว่าการเชียร์บอลผ่าน twitter มันสนุกแค่ไหน
ขอบคุณเจ้านาย ขอบคุณเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมแก๊งค์ รวมถึงชาว twitter
Followers และ Following ของเจนทุกท่าน ที่ไม่สามารถจะเอ่ยชื่อได้หมด
และขอฝากวีดีโอข้างบนนี้แทนความคิดถึง และคำพูดทั้งหมดด้วยค่ะ
“ถึงอยู่ห่างไกล…แต่ยังห่วงใยเสมอ”
สุดท้ายนี้ ขอบคุณข้อความข้างล่างนี้จากเพื่อน ๆ พี่ ๆ และน้อง ๆ ที่น่ารักทุกคนด้วยค่ะ
@bankkung @sassygirl_jane แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ในดินแดนที่วุ่นวายด้วยผู้คนด้วยกันแล้ว เรายังคงเชื่อมต่อถึงกันเสมอ ไม่ว่าจะทวิตเตอร์หรือใจหรือสายสัมพัน
@bankkung @sassygirl_jane เจ๊เป็นคนนึงที่ทำให้รู้สึกว่า ‘ชาวทวิตเตอร์ฟังเราเสมอ’
@godzeelus @sassygirl_jane i ain’t say goodbye, i’d say good luck
@godzeelus @sassygirl_jane ^^ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ส่งกันพันลี้ก็ต้องจากกันครับ ขอให้โชคดีครับ
@iamgeng @sassygirl_jane โชคดีครับ
@_bluecosmos_ @sassygirl_jane ขอให้โชคดี หวังว่าเราคงได้พบกันอีก
@Abhinew @sassygirl_jane Au Revior – Until we tweet again
@moomontri @sassygirl_jane โชคดีกับสิ่งที่เจนเลือก ชาวทวีตภพเป็นกำลังใจให้สู้ๆ
@rawitat @sassygirl_jane คงไม่ได้เจอเจนก่อนจะไปนะ โชคดีน้อง
@rawitat @sassygirl_jane ยังไงก็จำไว้นะ ว่าคนเรา “พบเพื่อพราก จากเพื่อเจอ” ขอให้เจอสังคมใหม่ที่ดีนะครับ
@goople @sassygirl_jane ไม่ว่านู๋จะอยู่ที่ไหน อะไร อย่างไร นู๋ก็เป็นน้องคนหนึ่งที่พี่ชอบมากเสมอจ๊ะ.. ^__^
@maeyingzine @sassygirl_jane ชั้นพูดไม่ออก
@thenetxx @sassygirl_jane Internet ทำให้ทุกคนอยู่ใกล้กันกว่าที่คิดนะ คิดมากน่า เดินทางปลอดภัยล่ะ ^^
@krajung @sassygirl_jane พี่ไปแต่ตัว แต่หัวใจและความรู้สึกยังอยู่ในทวิตเตอร์
@punneng @sassygirl_jane เดี๋ยวก็คุยกันใน twitter กันเป้นเรื่องปกติ ไม่ได้จากแล้วจากเลยนี่หว่า
@Rujji @sassygirl_jane งานเลี้ยงมีวันเลิกรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะจัดงานเลี้ยงขึ้นมาใหม่ไม่ได้ ^___^
@Maxtrix @sassygirl_jane อยู่นอกก็ไม่ได้อยู่ไกลห่างกันแค่หน้าจอเอง ^^
@YashimaExteen @sassygirl_jane ไปอยู่ที่อื่น หื่น ให้เหมือนเดิมนะ
@YashimaExteen @sassygirl_jane เจนอาร์ท(หื่น) เกินไป -_-”
@neokain @sassygirl_jane จะไม่บอกลาเพราะว่าเราจะต้องได้เจอกันอีก สักวัน
@hunt @sassygirl_jane อย่าไปหนีไปไหนนาน หวังว่าคงจะได้ทำงานร่วมกันอีก ยังไม่ได้ทำงานด้วยกันเลยงิ!!
@punneng @sassygirl_jane ถ้าบอกลามันคือการที่จะไม่ได้เจอกันอีก พี่เลยไม่บอก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เจอกันอีก
@YashimaExteen @sassygirl_jane ที่จริงก็แบบ @punneng บอกนะครับ ยังไงก็ต้องได้เจอกันอยู่แล้ว สักวัน
@champillon @sassygirl_jane เจนจะได้กินโกโก้ปั้นก่อนวันพรุ่งนี้ แน่นอน
@iporsut @sassygirl_jane โชคดีนะ
@patsonic @sassygirl_jane ถึงเราอาจจะไม่ได้เจอกันแล้ว แต่เราก็ยังเจอกันออนไลน์ได้เหมือนเดิมเนอะ
@nothingcpe @sassygirl_jane ขอให้โชคดี ไปอย่างไร้กังวล
@punneng @sassygirl_jane ถ้าบอกลามันคือการที่จะไม่ได้เจอกันอีก พี่เลยไม่บอก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เจอกัน
@snck @sassygirl_jane จะไปอยู่ไหนก็ขอให้ความสุขตามไปด้วยละกัน
@gorya @sassygirl_jane http://bit.ly/1GctR9 ไว้ร้องเพลงนี้พร้อมกับ @maeyingzine
@Blltz @sassygirl_jane ขอให้โชคดีครับ
***ขอบคุณ @iBankstory ที่สละเวลาทำ presentation ให้ ขอบคุณจริง ๆ จ้ะน้องชาย ^^
“วัดเล่งเน่ยยี่ 2″

วัดเล่งเน่ยยี่ 2 บางบัวทอง หรือ
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ ตั้งอยู่ ตำบลโสนน้อย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
เดิมเป็นโรงเจขนาดเล็ก มีพื้นที่ 2 ไร่เศษที่ชาวบ้านบางบัวทองให้ความศรัทธามาเนิ่นนาน
ต่อมาคณะสงฆ์จีนนิกาย มีปณิธานจะพัฒนาที่ส่วนนี้ให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ เพื่อที่จะสร้างเป็น
วัดเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสเถลิงถวัลย์
ครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี
ปัจจุบัน วัดบรมราชากาญจนาภิเษกฯ มีเนื้อที่ทั้งหมด ๑๒ ไร่ โดยคณะสงฆ์จีนนิกายได้มอบหมายให้
พระเดชพระคุณพระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยา ภรณ์ (ท่านเจ้าคุณเย็นเชี้ยว) ดำเนินการก่อสร้าง
และพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร เป็นประธานที่ปรึกษา พร้อมทั้งพุทธบริษัทไทย-จีน
ร่วมกันสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์เนื่องในวโรกาสอันเป็นมหามงคลสมัย ปีกาญจนาภิเษก
ทาง วัดมังกรกมลาวาส ได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกสมเด็จ องค์ประธานวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙
พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชานุญาตให้สร้างวัด และพระราชทาน นามว่า “วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์” ซึ่งมี คุณแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการสำนักพระราชวังเป็นผู้ดำเนินการขออนุญาต อันนำมาซึ่งความปีติยินดีของชนชาวไทยเชื้อสายจีน และความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อคณะสงฆ์จีนมาโดยตลอด
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเที่ยว “วัดเล่งเน่ยยี่ 2″ ค่ะ เลยเก็บภาพมาฝากกันสักหน่อย ^^


















Credit : Photo by Alcoholic
“รถไฟฟ้า…มาหานะเธอ”


“รถไฟฟ้า…มาหานะเธอ” แค่ชื่อหนัง ก็น่าดูแล้วใช่ไหมคะ ?
โดยส่วนตัวแล้วชอบหนังเรื่องนี้มากค่ะ เป็นหนังที่สนุก น่ารักมาก
โดยเฉพาะบทของนางเอก “เหมยลี่” สาวหมวยผู้น่ารัก ที่แสดงโดย “คริส หอวัง“
และบทพระเอก “ลุง” วิศวกรสุดหล่อ ที่แสดงโดย “เคน ธีรเดช“
และนักแสดงอีกมากมายที่ทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาครบทุกอารมณ์จริง ๆ
วันนี้เจนขออนุญาตรวบรวมประโยคเด็ดจากหนังเรื่องนี้มาไว้ที่นี่นะคะ
“อยากอ้วกก็กินเหล้า อยากเมาก็กินเบียร์”
“ถ้ามีแฟนแล้ว เค้าไม่ว่างมากินข้าวกับเรา ไม่มีเวลาไปไหนมาไหนกับเรา จะมีแฟนทำไมวะ”
“แฟนเค้าไม่ได้มีเพื่ออยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีเพื่อให้รู้ว่า ยังมีคนที่รักและเป็นห่วงเรา”
“คนนี้ พี่ขอ !!!!”
“สงกรานต์นี้ ว่างไหมครับ”
“หล่อทะลุแป้ง”
“สุดยอดเลยเพลิน รู้งี้ทำตั้งแต่อายุ 18 แล้ว”
“พี่จบบัญชีมา การบ้านเพลินพี่ก็สอนได้”
“ลุง สะกดยังไง” “สระ เอ…ลอ ลิง…วอ แหวน”
“ชั้นเหงา ชั้นกินข้าวคนเดียวมาเกือบ 2 เดือนแล้วนะเว้ย”
“พี่…หนูเอาแค่ท่อนฮุก !!!”
“วันนี้เหนื่อยจัง…เอาเป็นว่าพักผ่อนตามอัธยาศัยละกัน”
“ถ้าเป็นหนังรักทั่วไป…มันต้องทันไม่ใช่หรอ”
“ที่ห้อยอย่างกับพวงหรีด มองไม่เห็นได้ไงวะ” (ที่ห้อยโทรศัพท์มือถือของเพลิน)
“เสียหมาเลยกู”
“ถ้าไม่เจอกัน จะเป็นแฟนกันได้ไง”
“เยี่ยมไปเลยค่ะ !! บรรลัยมันเข้าไปอีก !!”
“แล้วคุณจะบอกชั้นเมื่อไร?”…..”พรุ่งนี้ครับ”
“แม้กล้องจะพัง แต่เมมโมรี่ก็ยังอยู่นี่”
“นี่เบอร์ผม…อย่าลืมเมมนะครับ”
“ก็เพราะกูอยู่กับพวกมึงนี่ไง ถึงไม่มีใครมาจีบ”
“ปกติชั้นโอเคกว่านี้นะ”
“ขอโทษนะ..ไม่กล้าโทรจริง ๆ”
“ไหนแม่บอกว่า จีบผู้ชายก่อนมันน่าเกลียดไง…หรอ ? ชั้นเคยพูดอย่างงั้นด้วยหรอ”
“แล้วคุณดูหนังโป๊ วันละกี่แผ่นคะ”
“แค่แผ่นเดียวผมก็ไม่ไหวแล้วครับ”
“ก็ตอนแรกว่าจะไม่คิด…แต่มันฝืนความรู้สึกไม่ได้จริง ๆ”
“ก็กินจนเอาฝามาเล่นหมากฮอสได้”
“ผมเป็นวิศวกรครับ”
“มึงไม่เคยมีแฟน มึงไม่เข้าใจพวกกูหรอกว่ะ”
สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ แนะนำให้ไปดูกันนะคะ
แล้วจะได้รู้ว่า “หล่อทะลุแป้ง” มันเป็นยังไง !!
“Basic Tips to Take Care of Your Nails”

ผู้หญิงทุกคนคงอยากให้เล็บของตัวเองดูดี ดูสวยและดูสะอาดใช่ไหมคะ วันนี้เจนนำขั้นตอนการดูแลทำความสะอาดเล็บแบบง่าย ๆ มาฝากค่ะ
- ตัดเล็บมือให้ถูกต้อง การตัดเล็บมือ ควรตัดให้มีความโค้งมนไปตามนิ้วมือ ส่วนเล็บเท้านั้นพยายามตัด
ให้เป็นเส้นตรงมากที่สุดเพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกมาสั่งสมตามซอกเล็บได้ และยังลดโอกาสการเกิดเล็บขบด้วย
แต่ก็ไม่ควรตัดสั้นจนชิดเนื้อมากเกินไป อีกทั้งไม่ควรใช้วัสดุใด ๆ แงะงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจ
เกิดบาดแผลและอักเสบได้
- เวลาที่เวิร์คที่สุดสำหรับการตัดเล็บ คือหลังจากอาบน้ำ ซักผ้าด้วยมือ หรือล้างจานเพราะเล็บจะ
อ่อนนุ่มกว่าปกติ ทำให้ตัดแต่งได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องใช้แรงมากด้วย
- ล้างทำความสะอาดเล็บ ใช้น้ำสบู่อุ่น ๆ ล้างมือและเล็บ เอาแปรงขนนุ่ม ๆ มาขัดตามซอกเล็บเบา ๆ
แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับให้แห้งด้วยผ้าขนหนู แล้วชโลมด้วยครีมบำรุงสำหรับมือโดยเฉพาะ
- ตะไบเล็บให้สวยแจ่ม ถ้าหากใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเหล็ก ไม่ควรตะไบแบบถูกลับไปกลับมา
แต่ต้องตะไบไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้เล็บเป็นเสี้ยนคมหรือฉีก แต่ถ้าใช้ตะไบที่ทำจากเซรามิก
สาว ๆ สามารถตะไบสวนทางกันได้ นอกจากนี้ การตะไบเล็บควรตะไบจากขอบเล็บเข้าหาปลายเล็บเสมอ
เป็นไงบ้างคะ วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้เล็บคุณดูสวยและสะอาดเสมอ ^___^
“ผูกพันหรือแค่คุ้นเคย”
ใครที่ผูกนาฬิกาบ่อย ๆ จนติด
คงจะรู้สึกได้ . . . ในวันที่นาฬิกาหายไปจากข้อมือ
ฉันเอง . . . ก็เป็นคนที่ผูกนาฬิกามาตลอด
หากวันไหนลืมจะรู้สึกว่า . . . บางอย่างมันหายไป
มันว่าง ๆ และขัดเขินทุกครั้ง . . . ที่ยกข้อมือที่ว่างเปล่าขึ้นมาดู
เมื่อราวสองปีก่อน . . . ที่นาฬิกาเรือนโปรดของฉันพัง
ด้วยความไม่มีสติ . . . ฉันเอาข้อมือไปทุบผนังห้องน้ำเล่นๆ
โชคร้าย . . . ที่มือไม่เป็นอะไร
นาฬิกาต่างหากที่พินาศ . . . กระจกร้าว
ฉันถอดมันออกวางไว้ . . . ไม่ยอมเอาไปซ่อม
ด้วยว่า . . . รู้สึกถึงภาพเก่า และวันเวลาที่เก็บอยู่ในนั้น
ฉัน . . . เลิกใส่นาฬิกา และพบว่าตัวเองมีอาการยกข้อมือเก้อ
เก้อ . . . อยู่เป็นเวลานานพอดู
ความเคยชินของคนเรา. . .เกิดขึ้น
เมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำ . . . ในระยะเวลานานพอควร
และยังคงความเคยชินอยู่
เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นหายไปในระยะแรก ๆ
จนเวลาผ่านไปนาน . . .
ฉันจึงเริ่มชิน . . . กับการแอบมองเข็มนาฬิกาบนข้อมือคนอื่น
เวลาผ่านไป พร้อมกับบาดแผลที่เริ่มเลือนหาย
ฉันคิดโง่ ๆ ว่า . . .
ภาพเหล่านั้นจะตายไปพร้อมนาฬิกา. . .แต่มันไม่ใช่
ฉันตัดสินใจซ่อมนาฬิกา
เมื่อมันกลับมาวันแรก ๆ ฉันรู้สึกไม่คุ้น
จนถึงตอนนี้ . . . ก็ยังไม่คุ้น
ฉันยังแอบมอง . . . นาฬิกาบนข้อมือคนอื่น อยู่เหมือนเดิม
ฉันรู้สึกเขินแกมขำทุกครั้ง . . . ที่แอบมองข้อมือคนอื่น
ทั้ง ๆ ที่มีนาฬิกาอยู่บนข้อมือของตัวเอง
ฉันนึกถึงใครบางคน . . . ที่มักจะปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเสมอ ๆ
ในบางช่วง ที่เขาหายหน้าหายเสียงไป . . .
ฉันรู้สึกขาด ๆ แต่ก็เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
ในบางครั้ง . . . ฉันพอใจที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ
ในวันที่ไม่แข็งแรง . . .
แต่ . . . ในบางครั้งฉันกลับรู้สึกพอใจ
กับการได้เดินคนเดียว . . . เดี่ยว ๆ ในวันว่าง
หรือเป็นความผูกพัน หรือเป็นเพียงความเคยชิน
หัวใจฉัน . . . ยังตอบคำถามได้ไม่กระจ่างชัดนัก
“คนเราจะรู้ค่าก็ต่อเมื่อ . . . สูญเสียสิ่งนั้นไป”
ฉันมักได้ยินใคร ๆ พูด
แต่ . . . ฉันกลับคิดว่า หากฉันยังมองไม่เห็น
ฉันน่าจะยอมเสียไปดีกว่า . . . เพื่อให้ซึ้งถึงคุณค่านั้น
ฉัน . . . ไม่อยากเอาเปรียบเขา
หากจะรั้งเขาไว้ด้วยความคุ้นเคย ที่ไม่ใช่ความผูกพัน
ฉัน . . . ไม่อยากโกหกตัวเอง
หากจะรั้งเขาไว้ . . . ด้วยความไม่แน่ชัด
ฉันมีคำถาม . . . ที่ยังขบไม่แตกกับคำว่า
ผูกพัน หรือว่าจะเป็น แค่คุ้นเคย
บางที . . . มันอาจจะเป็นการดี
หากฉันจะอยู่ห่าง ๆ หรือตัดขาด
เพื่อให้รู้จัก . . . หัวใจของตัวเองมากขึ้น
กับใครบางคน . . . ที่ขาดหายไปจากชีวิต
อาจเป็นเหมือน . . . นาฬิกาที่ขาดสาย
อาจรู้สึกแปลก ๆ และมองหากับการหายไปในช่วงแรก
แต่ไม่นาน . . . คงจะชิน
“เมื่อฉันเยื่อบุตาอักเสบ”
สวัสดีค่ะ วันนี้อาจจะมาเป็นทางการหน่อย เพราะนาน ๆ ที Blog นี้
จะมีสาระกับเค้าบ้าง วันนี้เจนเอารูปมาแปะให้ดูด้วยค่ะ อาจจะตกใจที่เห็นว่า
ทำไมเจนถึงมีผ้าก็อตปิดตาข้างนึง เจนเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ค่ะ
เจนมีอาการเคืองตาข้างขวามาก ๆ มานานประมาณ 2 อาิทิตย์แล้ว แต่ไม่มี
อาการตาแดงหรือตาอักเสบจึงไม่ไปหาหมอ เพราะคิดว่าคงไม่เป็นไรมาก
เจนหลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ ซื้อน้ำยาล้างตาและหยอดน้ำตาเทียม
เพราะคิดว่ามันจะช่วยได้แต่พอเวลาผ่านไปก็มีอาการเคืองตาเหมือนเดิม จนเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม
ที่ผ่านมา เจนเคืองตามากจนทนไม่ไหว เจ้านายบอกว่าให้ไปหาหมอเดี๋ยวนี้ เจนจึงรีบออกไปพบ
จักษุแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ปรากฎว่าหมอบอกว่าเจน “เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้”
และหมอได้เตือนมาว่าจริง ๆ แล้ว เจนปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป ควรจะมาพบหมอตั้งแต่แรกแล้ว
ไม่จำเป็นว่าจะต้องตาแดงหรือต้องเห็นว่ามันอักเสบถึงจะมาหาหมอ หลังจากโดนหมอเทศน์แล้ว
ก็ไปรับยา ได้ยาทานเม็ดใหญ่มากมา 1 ซอง ยาหยอดตาอีก 2 ขวด ขอบอกว่าค่ารักษาแพงมาก
วันนี้เจนจึงนำความรู้เกี่ยวกับ “เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้” มาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ
“เยื่อบุตา” คือเยื่อแผ่นบางๆ ครอบคลุมส่วนที่เป็นตาขาวและผลิตเมือกเพื่อเคลือบและหล่อเลี้ยงผิว
“โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้” เยื่อบุตาอักเสบอาจจะเกิดจากภูมิแพ้หรือเกิดจากการติดเชื้อโรคก็ได้
อาการทางภูมิแพ้มักจะเกิดที่ตาเนื่องจากตาเป็นอวัยวะที่มีเลือดไปเลี้ยงมาก เส้นเลือดเหล่านี้ตอบสนอง
ต่อสารภูมิแพ้ได้ง่าย และที่สำคัญตาสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอก เมื่อคุณได้รับสารก่อภูมิแพ้เช่น
เกสรดอกไม้ ฝุ่น รังแคสัตว์ ยา ควันบุหรี่ สารภูมิแพ้เหล่านั้นจะละลายในน้ำตา และกลับสู่เยื่อบุตา
ซึ่งจะสร้างสารต่อต้านสารภูมิแพ้ที่เรียกว่า Antibody IgE เมื่อภูมิจับกับ antibody จะเกิดการหลั่งสาร
หลายอย่างทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ขึ้น ตาของคุณก็จะมีอาการเคือง แดงและมีน้ำตาไหล ไม่แนะนำให้
ใส่ contact lens เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย
ลักษณะสำคัญที่บ่งบอกเยื่อบุตาอักเสบเกิดจากภูมิแพ้
* อาการคันในตาเป็นอาการที่สำคัญ หากติดเชื้อจะมีอาการปวดแสบร้อน
* น้ำตาจะเป็นน้ำใส หากติดเชื้อจะเป็นเมือกหรือหนอง
* มักจะมีการอักเสบของเปลือกตา
* ผู้ป่วยมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว
การดูแลตัวเอง เมื่อเกิดอาการเคืองตาและสงสัยว่าเกิดจากภูมิแพ้ควรจะหลีกเลี่ยงจากสิ่งก่อภูมิแพ้ทันที
อาจจะซื้อน้ำตาเทียมซึ่งจะทำให้ลดอาการบวมและชะล้างสารก่อภูมิแพ้ ใช้ผ้าเย็นปิดตาเพื่อลดอาการบวม
อาจจะซื้อยาแก้แพ้รับประทาน หากดูแลตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ซึ่งจะให้ยาหยอดตาแก้แพ้
* หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้
* บางครั้งอาจจะต้องใช้น้ำสะอาดล้างตา
* ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม
การใช้ยาเพื่อรักษา
* ใช้ยาแก้แพ้ antihistamine ซึ่งใช้ได้ทั้งชนิดยาหยอดตาและยารับประทาน
* ยาหยอดตาเพื่อให้หลอดเลือดหดตัวเพื่อลดอาการบวมของเยื่อบุตา
* ยาหยอดตา steroid
สำหรับเจนแล้ว เจนคิดว่าควรไปพบจักษุแพทย์จะดีที่สุดค่ะ อย่าคิดว่าเสียดายเงินหรือคิดว่าคงไม่เป็นไร
เพราะดวงตาสำคัญต่อชีวิตของเรามาก ถ้าไม่ใส่ใจดูแลมันอาจจะใช้ไม่ได้ตลอดชีวิตเลยก็ได้
เจนหวังว่าการเขีียน Blog ของเจนเรื่องนี้ คงจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ได้ไ่ม่มากก็น้อย
และคิดว่าเพื่อน ๆ คงดูแลและเอาใจใส่ดวงตามากขึ้นนะคะ ดวงตาทำให้เรามองเห็น สามารถจับต้องสิ่งของ
และเดินไปไหนมาไหนได้สะดวก ที่สำคัญ “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” ค่ะ
***ขอบคุณสาระเรื่องเยื่อบุตาอักเสบจากโรงพยาบาลมากนะคะ
“30 ความจริงที่ผู้หญิงเถียงไม่ได้”

1. ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนแต่มีของ 4 อย่างที่ผู้หญิงต้องหยุดดูคือ ตุ้มหู กระเป๋า รองเท้า และเสื้อผ้า
2. ผู้หญิงชอบกินเค้กช็อกโกแลตและชอบบ่นว่าตัวเองอ้วน
3. เวลาเธอถามว่าเธออ้วนไปหรือเปล่า? ถ้าคุณตอบว่าเปล่า เธอจะไม่เชื่อ แต่ถ้าคุณตอบว่าอ้วน
เธอก็จะโกรธ
4. หากจะอธิบายเรื่องเวรกรรมให้ผู้หญิงเข้าใจให้ยกเรื่องสลิปบัตรเครดิตมาเป็นตัวอย่าง
5. ผู้หญิงชอบให้คนมาจีบ แต่ไม่ได้ชอบทุกคนที่เข้ามาจีบ
6. ผู้หญิงเกิดมาคู่กับครีมทาผิวและโฆษณาครีมทาผิวทุกตัวได้ผลเสมอ
7. ผู้หญิงไม่เคยเหน็ดเหนื่อยจากการเดินช็อปปิ้ง และหากนับก้าวระหว่างที่เธอเดิน คุณคงไม่เชื่อ
ในระยะทางที่วัดได้
8. เวลาที่ผู้หญิงบอกว่าไม่มีอะไร แปลว่ามีอะไร และผู้ชายไม่รู้หรอก (เฉลยไปเลย)
9. เวลาผู้หญิงร้องไห้ เธอจะต้องการการปลอบโยน แต่ถ้าไปถาม เธอจะบอกว่า “ไม่ต้อง”
10. ผู้หญิงสนใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลายของกระเป๋าหรือตุ้มหู อย่าถามความเห็นของคุณผู้ชายเลยเพราะเขามองไม่ออกจริงๆ
11. ผู้หญิงใช้ลิปสติกไม่เคยหมดแท่ง
12. ผู้หญิงชอบสมัครฟิตเนสและจินตนาการว่าตัวเองจะฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นในสามเดือนข้างหน้า แต่หลังสมัครเสร็จเธอจะแวะไปที่ร้านกิฟท์ช็อปที่อยู่หน้าฟิตเนสและนานๆ จะมาที่นี้สักที
13. ผู้หญิงเกิดมาคู่กับดอกไม้ เมื่อได้รับดอกไม้ยิ่งช่อใหญ่ยิ่งดี
14. ผู้หญิงจำวันทุกวันเก่งมาก ไม่ว่าจะเป็นวันแรกที่เจอ วันแรกที่คบ วันครบรอบ วันเกิด และวันอะไรอีกมากมายและนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เธอทะเลาะกับแฟน
15. ผู้หญิงชอบอ่านดวงในแมกกาซีนและบอกว่าแม่นมาก โดยที่ผู้ชายไม่ค่อยเชื่อ
16. คำขอโทษที่ดีที่สุดคือ “ไปช็อปปิ้งมั้ย?”
17. ผู้หญิงไม่รู้ว่าที่เปิดกระโปรงรถอยู่ไหน เพราะไม่รู้ว่าจะเปิดมันไปทำไม หรือถึงเปิดเป็นก็ไม่รู้
จะทำอะไรกับมันดี
18. เวลาทะเลาะกัน เธอจะบอกว่าไม่ต้องโทรมาอีกแล้ว แต่หลังจากวางหู เธอจะหันไปมองโทรศัพท์มือถือบ่อยๆ พอกลับมาดีกัน เธอจะต่อว่าๆ พอกลับมาดีกัน เธอจะต่อว่า ว่าตอนนั้นทำไมไม่โทรมา (อ้าว)
19. ผู้หญิงสนใจเรื่องราวของเพื่อนเรากับแฟน(ของเพื่อนเรา)มากกว่าตัวเรา(ที่เป็นเพื่อนมันจริงๆ)เสียอีก
20. ผู้หญิงกินข้าวเป็นมื้อจริงๆ น้อย กินขนมระหว่างมื้อเยอะ
21. ผู้หญิงผมตรงอยาผมหยิก ผู้หญิงผมหยิกอยากผมตรง
22. กระเป๋าถือของผู้หญิง มีน้ำหนักมากกว่าสายตาประเมิน และข้างในบรรจุของไว้มากมาย แม้เธอจะ
ไม่ใช้ทุกอย่างก็ตาม
23. เวลากลุ่มเพื่อนผู้หญิงนัดกัน มักจะเม้าท์เรื่องของแฟนอย่างสนุกสนาน ผู้ชายรู้ดีเลยแค่ขับรถไปส่งแล้วค่อยไปรับตอนจะกลับอีกครั้ง
24. ตุ๊กตาส่วนใหญ่ไม่มีปาก เพราะมีผลการวิจัยว่า การไม่มีปากทำให้ผู้หญิงรู้สึกเหมือนว่าตุ๊กตากำลังรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของธอ ไม่ว่าเธอจะรู้สึก สุข เศร้า เหงา และรัก
25. ในที่ทำงาน มักจะมีเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ไม่ค่อยถูกกับเพื่อนร่วมงานผู้หญิงด้วยกัน อย่างน้อยก็คู่หนึ่ง
26. เวลาผู้หญิงนินทากันเอง แม้ผู้ชายจะทำหน้าเฉยๆ แต่ก็อยากรู้อยู่เหมือนกัน
27. ผู้หญิงทุกคนต้องมีตู้เสื้อผ้าสองตู้ขึ้นไป และเมื่อถึงสี่ตู้เมื่อไหร่จะเริ่มบริจาคเสื้อผ้าที่ไม่ใช้ให้คนอื่น และตอนที่เริ่มโละของจะมีประโยคประเภท “เสื้อตัวนี้ยังไม่ได้ใส่เลย!!!”
28. ผู้หญิงมีเคล็ดลับในการแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น ติดรูปถ่ายคู่ไว้ในกระเป๋าตังค์ของเขาเอาตุ๊กตาไว้หน้ารถเขา วางตุ้มหูระยิบระยับไว้ที่ห้องรับแขกในบ้านเขา ถือเป็นสิ่งเล็กน้อยที่แฝงไปด้วยเทคนิคล้ำเลิศ
29. เริ่มต้นวันใหม่ด้วยประโยค “วันนี้คุณสวยจัง” จะทำให้เธออารมณ์ดีไปทั้งวัน
30. ดูเหมือนว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบช็อปปิ้ง ฝันอยากขึ้นปกแมกกาซีนและอยากรักกับพระเอกฮอลลีวู้ด
แต่ความจริงคงยากที่ชีวิตจริงจะเป็นอย่างนั้น ผู้หญิงทุกคนจึงมีอีกความฝันเล็กๆ อีกอันซ่อนอยู่
นั่นก็คือการได้ทำกับข้าวเย็นให้แฟน นั่งดูทีวีด้วยกันตอนค่ำ นอนกอดกันตอนกลางคืน ตื่นมาจัดที่นอน
และตื่นขึ้นมาเตรียมข้าวเช้าให้ และอยากให้เขาบอกว่า “ผมรักคุณ” และหอมแก้มหนึ่งทีก่อนไปทำงาน
คุณว่าจริงไหม ??



